٤

ผู้เขียน หัวข้อ: พลูคาวฯ (หมักชีวภาพ ในสภาวะควบคุม/ ส่วนผสมในยูเอสเอสแคปซูล)  (อ่าน 55 ครั้ง)

ออฟไลน์ apj

  • Administrator
  • Newbie
  • *****
  • กระทู้: 44
    • ดูรายละเอียด
    • เถาเอ็นอ่อน
พลูคาวฯ (หมักชีวภาพ ในสภาวะควบคุม/ ส่วนผสมในยูเอสเอสแคปซูล)


1. พลูคาวฯ ผ่านกรรมวิธีหมักแบบชีวภาพในสภาวะควบคุมพิเศษ จะเกิดเภสัชสารที่มาจากธรรมชาติ
ไม่ใช่สารเคมีสังเคราะห์ และเกิดเภสัชสารระหว่างขบวนการหมัก(Intermediate substances)
มีประโยชน์ในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เช่นกลุ่มจุลินทรีย์กลุ่มโปรไบโอติก ที่ช่วยบำรุงสุขภาพองค์รวม
น้ำหมักชีวภาพของผักพลูคาว เมื่อนำไปทำให้แห้งโดยวิธีพิเศษ จะทำให้ได้สารสำคัญ
ที่เป็นสารสกัดจากผักพลูคาวและสารที่เกิดขึ้นในขบวนการหมักที่เป็นประโยชน์ค่อนข้างครบถ้วน
ตามความต้องการในการดูแลสุขภาพองค์รวม


2. ในทางวิทยาศาสตร์ กล่าวว่า ขบวนการสกัดที่ทำให้ได้สารที่ครบถ้วนที่สุด
รองมาจากขบวนการใช้คาร์บอนไดออกไซด์เหลว(Critical carbon dioxide extraction)
ก็คือ การหมักสกัดชีวภาพ ขบวนการหมักสกัดทางชีวภาพเป็นขบวนการสกัดสารจากพืชสมุนไพรได้เร็วที่สุด
เมื่อเทียบกับการสกัดทุกวิธีที่ทำแบบมาตรฐาน(Conventional Extraction) ในขณะที่เป็นวิธีที่ประหยัดที่สุดด้วย
แต่ความสำคัญของวิธีการหมักสกัด กลับเป็นเทคนิคและความชำนาญในขบวนการผลิตที่อาจประสบผลสำเร็จ
หรือแม้แต่ล้มเหลวและสูญเสียมหาศาลเพียงแค่พลิกฝ่ามือเท่านั้นเอง


3. น้ำพลูคาวหมักชีวภาพฯดังกล่าวข้างต้น ปราศจากเชื้อก่อโรค เนื่องจากค่าความเป็นกรดต่ำกว่า 4.0
จึงยับยั้งจุลินทรีย์ที่ทำให้บูดเน่าและเชื้อก่อโรคได้ นอกจากนี้ในขบวนการหมัก
ยังเกิดสารคล้ายยาปฏิชีวนะที่เรียกว่า Bacteriocins ที่มีฤทธิ์ทำลายเชื้อก่อโรคได้ดี 


4. ในเยอรมัน ประเทศที่สังเคราะห์แอสไพรินเป็นแห่งแรกในโลกเมื่อประมาณ 160 ปีที่แล้ว
ปัจจุบันกลับเป็นประเทศที่ใช้เทคโนโลยีการหมักกับพืชสมุนไพรแทบทุกชนิด
ส่งขายไปทั่วโลกนับมูลค่าหลายหมื่นล้านยูโรต่อปี


5. โรคเสื่อม(Degenerative Diseases)ต่างๆประมาณ 70 ชนิด กำลังเป็นปัญหากับวงการสาธารณสุขทั่วโลก
แต่กลับพบว่า พลูคาวฯกลับเป็นความหวังใหม่ที่ช่วยให้เรา เริ่มมองเห็นแสงสว่างในการดูแลโรคเสื่อมเหล่านี้มากขึ้นเรื่อยๆ
ผู้ป่วยที่มีประสบการณ์ในการใช้พลูคาวฯเช่นกลุ่มโรคเบาหวาน ร่วมกับแผลเท้าเบาหวานก็กลับมาเป็นปกติได้ในเวลาอันสั้น
นอกจากนี้ผู้ที่เป็นภูมิแพ้ หอบหืด สะเก็ดเงิน รูมาตอยด์ โรคที่เกิดจากความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ แผลเรื้อรังฯ ก็ดีขึ้น
ภาพก่อนกินและหลังกินคาวตองฯ สามารถยืนยันได้ชัดเจน


6. พลูคาวฯใช้ในปริมาณน้อย ช่วยดูแลสุขภาพองค์รวม เมื่อใช้มากขึ้นกลับเป็นการช่วยเสริมพลัง
ในการรักษาตัวเอง (Healing Force) ของร่างกาย ให้โรคที่เป็นอยู่หายเร็วขึ้น อาจกล่าวว่า
พลูคาวฯใช้เป็นทั้ง Preventive vaccine และ Therapeutic vaccine ไปพร้อมๆกันได้
พลูคาวฯช่วยเปลี่ยนร่างกายเรา ให้เป็นเสมือนโรงงานผลิตยาที่มีชีวิต ให้เราได้มีใช้ตลอดไป


7. ในอนาคตอันใกล้นี้พลูคาวฯจะกลายเป็นสมุนไพรตัวเลือกลำดับต้นๆ สำหรับการแพทย์ทางเลือก
หรือใช้เป็นการแพทย์ทางเสริมสำหรับโรคสิ้นหวัง หรือในระยะสุดท้ายของโรคต่างๆ
กล่าวได้ว่าเราสามารถใช้ประโยชน์จากพลูคาวฯได้กับโรคแทบทุกชนิดทั้งโรคเสื่อมประมาณ 70 ชนิด
โรคติดเชื้อ รา แบคทีเรีย และไวรัส(ใช้พลูคาวเป็นสารตั้งต้นในขบวนการผลิตเพียงชนิดเดียว)


8. พลูคาวฯในรูปแบบของน้ำหมัก ใช้ในโรคของพืชได้ดีหลายชนิดที่เกิดโรคติดเชื้อจากรา
(เช่นโรคใบไหม้ข้าว-Rice blast) เชื้อแบคทีเรีย(เปลือกเน่าของต้นส้ม-phytopthora)
ไวรัส(ไวรัสในต้นเสาวรสหวาน) หรือเชื้อที่ไม่สามารถระบุชนิดได้
(โรคกรีนนิ่งในพืชตระกูลส้ม-bacterial-like organism) โรคจากเพลี้ยที่ทำลายใบพืชตระกูลปาล์ม(มะพร้าว)
พลูคาวตองฯเป็นสมุนไพรตัวเลือก สำหรับการเพิ่มภูมิคุ้มกัน ให้กับสัตว์และพืช พลูคาวฯเป็นสมุนไพรของไทย
ปลูกได้ดีในภูมิอากาศของทางภาคเหนือของประเทศไทย จึงไม่ทำให้เงินทองรั่วไหลออกนอก


9. พลูคาวฯเป็นหนึ่งในหลายๆวิธี ของการเพิ่มจำนวนสเต็มเซลล์ในร่างกาย ที่นักวิจัยทั่วโลกกำลังแสวงหา
เพื่อใช้แทนการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ สมัยใหม่ (Stem Cell Transplantation)ที่ซับซ้อน ยุ่งยาก มีความเสี่ยง
และต้นทุนสูง เป็นวิธีที่ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน ปลอดภัย ได้ผลดีและประหยัด พลูคาวฯจึงช่วยป้องกันการล้มละลาย
ทางเศรษฐกิจของครอบครัวไทยจากค่ารักษาพยาบาลราคาแพงจากโรงพยาบาลในระบบทุนนิยม
พลูคาวฯเป็นสมุนไพร แถวหน้าของเภสัชศาสตร์สเต็มเซลล์ ศาสตร์แห่งการคิดค้นสูตรตำรับยา
ในระบบเภสัชศาสตร์ในอนาคต พลูคาวฯเป็นหนึ่งในวิธีการทำสเต็มเซลล์ที่ดีที่สุดในการแพทย์
สเต็มเซลล์(Stem Cell Medicine) คือ การกินเข้าไปช่วยพยุงระบบการทำงานของสเต็มเซลล์ของร่างกาย


10. การรักษาโรคของการแพทย์ในปัจจุบันส่วนใหญ่ เป็นการชดเชยการทำงานของร่างกายที่ขาดหรือเกินสมดุล
เป็นการรักษาแบบการแพทย์เฉพาะทาง(Specialist)ที่เข้มข้น เปรียบเหมือนเพ่งความสนใจไปที่ต้นไม้เพียงต้นเดียว
จึงมองไม่เห็นความสวยงามของป่าไม้เหมือนการใช้พลูคาวฯที่เป็นเหมือนศิลปในการพยุงระบบการทำงานของสเต็มเซลล์
ช่วยพยุงระบบการทำงานของสเต็มเซลล์ พร้อมๆกับเพิ่มปริมาณจำนวนสเต็มเซลล์ในร่างกายให้มากขึ้นด้วย
ซึ่งสเต็มเซลล์เป็นตัวรักษาสมดุลของร่างกาย โดยมีการแบ่งตัวใหม่(เกิด) ไปทดแทนเซลล์ที่เสื่อมสลาย(แก่)
และถูกทำลาย(ตาย) ไปตลอดเวลา ดังนั้นหากสเต็มเซลล์ที่หมุนเวียนในกระแสเลือด ที่คอยเป็นหน่วยซ่อมแซม ฟื้นฟู
ให้แก่ร่างกายลดลง (จากจำนวนปกติ 10 ล้านเซลล์) การซ่อมแซม ฟื้นฟูส่วนที่สึกหรอ เสียหายไป ก็ทำไม่ทัน
หรือหากเกิดเหตุใหญ่เช่นเกิดบาดแผล การติดเชื้อ หรือร่างกายมีสารพิษ สิ่งแปลกปลอมที่ทำให้ร่างกายเกิดภาระงานมากขึ้น
พลังชีวิตของร่างกายที่ประกอบด้วยสเต็มเซลล์ก็ไม่สามารถแก้ไขหรือซ่อมแซมได้ทัน


11. มีคำกล่าวว่า “ทุกๆ 7 ปี คุณจะได้ร่างกายใหม่ทั้งหมด แทนร่างเดิม” หรือบางคำกล่าวบอกว่า 
“ร่างกายสร้างแทนของเก่าทุกๆ 12 ปี” หรือประโยคคล้ายๆกันนี้ให้พบเห็นเสมอ
ยกตัวอย่างเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจจะสูญเสียไปประประมาณ 7 ล้านเซลล์
ดังนั้นเมื่อตอนคุณอายุ 40 ปี คุณก็จะสูญเสียกล้ามเนื้อหัวใจไปประมาณ 300 ล้านเซลล์
ดังนั้นอวัยวะสำคัญมากๆ คล้ายกับหัวใจ เช่น เซลล์สมองที่สูญเสียไปตลอดเวลาเมื่ออายุมากขึ้น
หากไม่ช่วยสร้างชดเชยอย่างสม่ำเสมอ สภาวะที่ก้ำกึ่งก่อนแสดงอาการป่วย
ก็จะมาถึงเร็วขึ้น แต่การใช้เทคนิคสร้างเซลล์ใหม่ที่ดีจะรักษาภาวะสมดุล
ไม่ให้ถึงภาวะเกิดโรคได้นานกว่าเดิมได้


12. ปัจจุบัน ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับสารพันธุกรรมในมนุษย์(Gene)
เรื่องจีโนม(Genome)และอีพิจีโนม(Epigenome) ได้สร้างองค์ความรู้ใหม่ให้เราไม่ต้องตกอยู่ภายใต้
กรอบแห่ง “กรรมพันธุ์” ที่เป็นเหมือนชะตาชีวิตหรือพรหมลิขิต อีกต่อไป เรารู้ว่า “ยีน”ของเราเอง “สร้างได้”
เราสร้างยีนที่ดีได้เอง โดยไม่ใช้เป็นการสร้างแบบผ่าเหล่า(Mutate) ก้อนของโครโมโซมในเซลล์เราทุกคน
มีสารพันธุกรรมที่อยู่เหนือขึ้นไปที่เรียกว่า Epigenome สามารถรับตัวกระตุ้นให้มีการเปลี่ยนแปลงคำสั่ง
ไปยังยีนหลายยีนจากจำนวนยีนทั้งหมด 23000 ยีนที่ทีอยู่ในสาย DNA ของเรา
ให้มีการเปลี่ยนแปลง-หรือปิดเปิดสวิทช์ แม้กระทั่ง หรี่สวิทช์ เพื่อส่งคำสั่งไปยังการสร้าง
หรือไม่สร้างโปรตีนที่ทำหน้าที่มากมายในร่างกายเราได้ เป็นการเปลี่ยนที่เรียกว่า Gene alteration
ซึ่งช่วยให้โรคบางอย่างที่เราไม่เคยรักษาได้มาก่อน อยู่ในการควบคุมหรือหายไปได้ Epigenome
รับคำสั่งมาจากหลายปัจจัยเช่น เสียงพูด สารเคมี สารจากสมุนไพรที่เข้ากันได้เป็นต้น
จากข้อมูลเราพบว่าสารเควเซตินที่เป็นสารที่มีในพลูคาว ก็เกิด Gene alteration ได้เช่นกัน