٤

ผู้เขียน หัวข้อ: แนะนำเครื่องชงกาแฟสด3 รุ่น 3 สไตล์ที่ออกแบบมาเพื่อ Cappuccino Lover  (อ่าน 129 ครั้ง)

ออฟไลน์ unyana

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 77
    • ดูรายละเอียด






          หากพูดถึงเอกลักษณ์ของกาแฟ cappuccino เชื่อว่าหลายคนต้องนึกถึงรสชาติกลมกล่อมและความนุ่มละมุมของฟองนม บวกกับกลิ่นหอมของผลช็อกโกแลตหรือผงซินนาม่อนที่โรยปิดท้ายก่อนเสิร์ฟ เนื่องจากเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้หลายคนตกหลุมรักกาแฟ cappuccino อย่างถอนตัวไม่ขึ้น



          เครื่องชงกาแฟแคปซูล รุ่น Lattissima Touch
รุ่นต่อมาคือ เครื่องชงกาแฟแคปซูล รุ่น Lattissima Touch ซึ่งถึงแม้ว่าจะสามารถทำกาแฟได้หลากหลายแบบไม่ต่างจากเครื่องชงกาแฟแคปซูลรุ่น Lattissima One แต่สำหรับรุ่นนี้มีจุดเด่นตรงที่ภาชนะบรรจุนมขนาด 0.35 ลิตร ส่วนภาชนะบรรจุน้ำจะอยู่ที่ 0.9 ลิตร ทำให้สามารถทำกาแฟนมได้มากกว่าหนึ่งแก้ว จึงเป็นเครื่องชงกาแฟแคปซูลที่เหมาะสำหรับใช้งานในบ้านที่มีสมาชิกหลายคน


          เครื่องชงกาแฟแคปซูล รุ่น Creatista Plus
สำหรับรุ่นสุดท้ายที่นำมาฝากเป็นเครื่องชงกาแฟแคปซูลรุ่นล่าสุดจาก Nespresso คือ รุ่น Creatista Plus ที่ออกแบบมาเพื่อเอาใจคนที่ชื่นชอบกาแฟนมโดยเฉพาะ เพราะมีท่อสตรีมฟองนมมาให้ในตัว ทำให้สามารถตีฟองนมนุ่มละมุนได้ทันทีหลังจากสกัดกาแฟแคปซูล โดยไม่ต้องใช้เครื่องทำฟองนมเหมือนรุ่นอื่น กล่าวได้ว่าเป็นรุ่นที่ตอบโจทย์การใช้งานที่หลายหลาย ทั้งคนที่ชื่นชอบการดื่มกาแฟนม ต้องการครีเอท วิธีชงกาแฟดำ ของตัวเอง และฝึกฝนการทำศิลปะลาเต้อาร์ตได้ในเครื่องเดียว


           เครื่องชงกาแฟแคปซูล รุ่น Lattissima One
เครื่องชงกาแฟแคปซูลรุ่นแรกที่อยากแนะนำให้ Cappuccino Lover รู้จักคือ เครื่องชงกาแฟแคปซูล รุ่น Lattissima One ที่มาพร้อมกับภาชนะบรรจุน้ำขนาด 1 ลิตรและภาชนะบรรจุนมขนาด 0.12 ลิตร ทำให้สามารถทำได้ทั้งกาแฟคาปูชิโน่ ลาเต้ ลาเต้มัคคิอาโต้ รวมทั้งเอสเพรสโซ่และลุงโก้ด้วย นอกจากนั้นยังมีเทคโนโลยีทำฟองนมและเทใส่กาแฟนมในปริมาณหนึ่งแก้วโดยอัตโนมัติในอัตราส่วนที่เหมาะสมตาม สูตรชงกาแฟร้อน ที่เลือกแต่แนะนำว่าควรมีเครื่องทำฟองนม ติดบ้านไว้สักเครื่อง เพื่อทำฟองนมนุ่ม ๆ ไว้ท็อปบนcappuccinoหรือ espresso ให้เป็นแก้วโปรดของคุณ

   


           เรียกได้ว่าเป็นเครื่องชงกาแฟสด ที่น่าสนใจทั้ง 3 รุ่น เพราะนอกจากเครื่องชงกาแฟแคปซูลทุกรุ่นของ Nespresso จะสามารถทำกาแฟได้หลากหลายแบบแล้ว ยังมีระบบทำความร้อน และมีแรงดันที่ได้มาตรฐาน และระบบปิดเครื่องอัตโนมัติหลังจาก 9 นาทีเมื่อไม่มีการใช้งาน ดังนั้นไม่ว่าจะเลือกรุ่นไหนก็ถูกใจ Cappuccino Lover ทุกคนอย่างแน่นอน