٤

ผู้เขียน หัวข้อ: แชร์ 4 เทคนิค วิธีเลือกเครื่องชงกาแฟยี่ห้อไหนดี  (อ่าน 434 ครั้ง)

ออฟไลน์ unyana

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 77
    • ดูรายละเอียด




             เครื่องชงกาแฟในท้องตลาดมีมากมายหลายรุ่น สำหรับใครที่กำลังเลือกว่าจะซื้อ เครื่องชงกาแฟ ไหนดี เรามี 4 เทคนิคมาบอก ว่าจะเลือกเครื่องชงกาแฟสำหรับใช้ในบ้านอย่างไรให้ตรงใจมากที่สุด โดยจะเน้นเครื่องชงกาแฟในแบบที่มีระบบแรงดันน้ำ



1. เลือกตามการออกแบบที่ชอบ
   การออกแบบเครื่องชงกาแฟนอกจากจะต้องออกแบบให้สะดวกกับการใช้งานแล้ว ยังต้องคำนึงถึงรูปลักษณ์โดยรวมด้วย เพราะสำหรับบางคนการเลือกทุกสิ่งเข้ามาในบ้านก็ถือเป็นการตกแต่งบ้านไปในตัว ซึ่งเนสเพรสโซ่ก็มีการออกแบบเครื่องชงกาแฟที่มีลักษณะหลากหลายครอบคลุมกับทุกความต้องการ โดยใช้วัสดุคุณภาพสูง



2. เลือกตามพื้นที่การจัดวาง
   การจัดวางตำแหน่งสิ่งของต่าง ๆ เพื่อให้การใช้งานเป็นไปได้อย่างสะดวกที่สุดเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการจัดวางที่ไม่ลงตัวอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุตามมาได้ จึงควรประมาณพื้นที่คร่าว ๆ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ


3. เลือกตามลักษณะกาแฟที่ชอบ
   เครื่องชงกาแฟที่ใช้ในบ้านทั่วไป มีทั้งที่ทำได้เฉพาะพวกกาแฟดำอย่าง เอสเพรสโซ่ ลังโก และอเมริกาโน่ หรือบางเครื่องอาจจะเพิ่มฟังก์ชันให้ทำกาแฟนมได้ด้วย ซึ่งถ้าเครื่องดื่มที่เราชอบเป็นพวกกาแฟดำแล้ว ก็ไม่ต้องไปเสียเงินซื้อฟังก์ชันที่เราไม่ได้ใช้ เพราะจะเป็นการสิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์  ซึ่งมีคนให้ข้อมูลเกี่ยวกับ กาแฟสด ไว้ว่ามี เครื่องชงกาแฟสด แบบแคปซูล และเครื่องทำฟองนมของ Nespresso ขายแยกกันด้วย จึงเป็นทางเลือกที่ดี เพราะหากเราต้องการเพิ่ม วิธีชง กาแฟแคปซูลโดยใช้นมสดในภายหลัง ก็สามารถซื้อแยกกันได้



4. เลือกตามคุณสมบัติของเครื่อง
   หากตัดสินใจจาก 2 ข้อด้านบนได้แล้ว เราก็มาดูถึงรายละเอียดภายในของเครื่องกันต่อเลย เช่นระยะเวลาการทำความร้อน ระบบประหยัดพลังงาน แรงดันน้ำที่ใช้และความสะดวกในการใช้งาน  โดยมีข้อมูลจากคนที่ใช้ เครื่องชงกาแฟ Nespresso pantip บอกไว้ว่า แคปซูลกาแฟของเนสเพรสโซ่มีให้เลือกหลากหลายรสชาติซึ่งจะช่วยให้ได้สัมผัสความแปลกใหม่ ที่คงสภาพไว้ได้อย่างดีในแคปซูลอลูมิเนียม และมี วิธีชงกาแฟสด ที่สะดวกมากขึ้นด้วย


   หากเราเลือกเครื่องชงกาแฟสดที่มีคุณลักษณะตามต้องการด้านบนได้แล้ว ก็ควรคำนึงถึงบริการหลังการขายหรือวิธีการบำรุงรักษาด้วย เพราะเครื่องชงกาแฟบางเครื่องก็มีราคาสูง ถ้าเสียแล้วจะต้องซื้อใหม่ทุกครั้งหรือใช้เวลาในการซ่อมนานก็ไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน การเลือกซื้อสินค้าจากแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือและได้รับความนิยมก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้ปัญหานี้ลดลงได้  หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นนะคะ